เครื่องร้อนเร็ว

    “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันเป็นทีมที่มีคิวเกมอุ่นเครื่องมากที่สุดในช่วงพรีซีซั่นนี้ ซึ่งมีถึง 9 นัดด้วยกัน ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับการพรีซีซั่นในช่วงเวลประมาณ 1 เดือนเท่านั้น แต่คล็อปป์ก็ทำงานอย่างหนักในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา หลังจากที่พลาดท่าพ่ายให้กับเรอัล มาดริดไป 1-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นเขาก็เริ่มดำเนินแผนการสำหรับการเตรียมทีมเพื่อฤดูกาลนี้ทันที โดยพวกเขาเริ่มดำเนินการซื้อนักเตะทั้งนาบี เกต้าที่ตกลงได้มานานแล้ว และฟาบินโญ่ที่ได้มาหลังปิดฤดูกาลไม่นาน ทำให้พวกเขามีเวลาปรับตัวกับทีมในช่วงพรีซีซั่นที่เริ่มกันตั้งแต่ต้นเดือนกรกฏาคม แล้วก็เสริมด้วยเซอร์ดาน ชากิรี่ กับอลิสซง เบ็คเกอร์ในช่วงกลางเดือน ทำให้พวกเขามีทีมที่พร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ตั้งแต่ตอนนั้น และหลังจากนั้นเจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ค่อยๆ หมุนเวียนนักเตะที่กลับมาจากบอลโลกลงสนามไปเรียกความฟิต จนกลายมาเป็นทีมที่จะได้เป็นตัวจริงในช่วงเปิดฤดูกาล ที่ได้ลงสนามในช่วงอุ่นเครื่องเกมท้าย และผลของการอุ่นเครื่องลิเวอร์พูลก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในเรื่องของผลการแข่งขันที่ออกมา และรูปเกมที่มีแบบแผน รวมถึงนักเตะใหม่ที่ซื้อเข้ามาก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบของเจอร์เก้น คล็อปป์ได้อย่างรวดเร็วด้วย ทำให้พวกเขาเหมือนเครื่องร้อนตั้งแต่ยังไม่ออกสตาร์ตฤดูกาลพรีเมียร์ลีกเลยด้วยซ้ำ

ปีนี้ลิเวอร์พูลถูกมอง และถูกคาดหวังจากสื่อต่างๆ ว่าพวกเขาจะเป็นคู่แข่งในการเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วในระยะยาวได้ เนื่องจากการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยม และผลงานการพบกันเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาก็ทำได้ดีกว่าทีม “เรือใบสีฟ้า” ของเป็ป กวาดิโอล่าด้วย แถมพวกเขายังมีขุมกำลังสำรองที่ดีกว่าฤดูกาลที่แล้วอีกด้วย น่าจะทำให้พวกเขามีทีเด็ดมากขึ้นบนม้านั่งสำรอง ทั้งเซอร์ดาน ชากิรี่ ที่สามารถลงสลับกับ 3 ประสานในแดนหน้าได้อย่างไม่เก้อเขิน และดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่ฤดูกาลนี้เขามีสภาพร่างกายในช่วงของการพรีซีซั่นที่ดีมาก และหากฤดูกาลนี้ไม่เจ็บไปเสียก่อน เขาน่าจะเป็นไพ่อีกใบหนึ่งของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว แต่ทว่าทีมที่จะประสบความสำเร็จมันมักไม่ใช่ทีมที่เครื่องร้อนเร็วแล้วมาแผ่วตอนปลาย แต่ก็ถือว่ามันเป็นเรื่องที่ได้เปรียบหากพวกเขารักษาเครื่องให้ร้อนได้แบบนี้ตลอดทั้งฤดูกาล