แพงที่สุด แต่คุ้มสุด

  ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลได้ทำการทุ่มทุนอย่างมหาศาลในการคว้าตัวเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ ปราการหลังชาวดัตช์จากเซาต์แธมตัน คู่แข่งร่วมลีกมาร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์ ซึ่งกลายเป็นสถิตินักเตะในตำแหน่งกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบันนี้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมที่มีเงินถุงเงินถังแต่อย่างใด และก็ไม่ใช่ทีมที่ทุ่มเงินซื้อนักเตะด้วยค่าตัวมหาศาลแบบนี้ด้วย แถมในตอนนั้นเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ ก็ไม่ได้มีความสุดยอดถึงขนาดจะมีค่าตัวมหาศาลเท่านี้ แต่ดูเหมือนว่าลิเวอร์พูลจะจำใจจ่ายให้กับทีม “นักบุญ” เนื่องจากก่อนหน้านี้มีข่าวว่าพวกเขาได้ไปทำการติดต่อแบบผิดกฏกับนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์ ซึ่งทำให้ทางเอฟเอเกือบจะลงดาบลิเวอร์พูลด้วยซ้ำในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ในช่วงหน้าหนาว พวกเขาต้องยอมจ่ายตามราคาที่เซาต์แธมตันต้องการ เพื่อปิดจ็อบให้เรียบร้อย ซึ่งในตอนนั้นถูกแฟนบอลทีมอื่นนั้นถากถางกันมากทีเดียว ว่าเป็นการซื้อที่แพงเกินจริง และน่าจะเป็นการซื้อที่ล้มเหลวอย่างแน่นอนด้วย

แต่ทว่าหลังจากที่เฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ ปราการหลังร่างสูงย้ายมาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ กลับสามารถทำให้เกมรับของลิเวอร์พูลที่เคยเสียประตูอย่างง่ายดายมาโดยตลอด กลายมาเป็นทีมที่แพ้ได้ยากมากทีมหนึ่งของพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และในฤดูกาลนี้เขาก็ยังคงทำหน้าที่เป็นเสาหลักในแนวรับของทีมได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าใครจะมายืนเป็นคู่พาร์ทเนอร์ในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางในฤดูกาลนี้ก็ตาม ซึ่งเขาเป็นตัวยืนในตำแหน่งนี้โดยตลอด และเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของทีมก็จะปรับเปลี่ยนคู่เซ็นเตอร์ไปตามสถานการณ์ของทีม หรือดูจากคู่แข่งเป็นหลัก โดยมีทั้งโจ โกเมซ กองหลังดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ โจเอล มาติป กองหลังร่างสูงทีมชาติแคเมรูน และเดยัน ลอฟเรน ปราการหลังจอมแกร่งทีมชาติโครเอเชีย ซึ่งทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดของลีกในฤดูกาลนี้ไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการซื้อตัวที่คุ้มค่ามากๆ กับราคา 75 ล้านปอนด์ แต่มันกำลังจะทำให้พวกเขากลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นแชมป์ที่พวกเขารอคอยมานานเกือบ 30 ปีเลยทีเดียว รวมถึงการไล่ล่าแชมป์รายการต่างๆ หลังจากนี้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการซื้อแห่งทศวรรษร่วมกับโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ยอดตัวรุกของทีมเลยก็ว่าได้

บทความโดย  918kissbyp8.com