3 ประสาน

    ลิเวอร์พูลในยุคการคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้รับการยอมรับว่ามีการเล่นดุดัน และเล่นเกมเพรสซิ่งได้ดี จนมีชื่อเรียกแท็คติกนี้ว่า “เจอร์เก้น เพรสซิ่ง” และมีเกมรุกที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงพยายามบุกเอาประตูอยู่ตลอดเวลา ทำให้นักเตะในเกมรุกมีผลงานที่ดีแทบทุกคน ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนแบบบาร์เซโลน่า ในยุคของ MSN ที่มี 3 ประสานเป็นลิโอเนล เมสซี่ หลุยส์ ซัวเรซ และเนย์มาร์ หรือเรอัล มาดริดในยุคที่มี BBC ที่มีคาริม เบนเซม่า แกเร็ธ เบล และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ 3 ประสานในแดนหน้านั้นจะมีสถิติการยิงประตูที่สุดยอดทุกคน โดยลิเวอร์พูลในยุคนี้ก็มี 3 ประสานแบบนั้นเช่นกัน ซึ่งประกอบด้วยโรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ซาดิโอ มาเน่ และโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ซึ่งพึ่งได้มาเล่นร่วมกันเมื่อฤดูกาลที่แล้วเท่านั้น แต่กลับเล่นกันได้อย่างเข้าขารู้ใจ และทำผลงานได้ดีทุกคน โดยเฉพาะโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ปีกทีมชาติอิยิปต์ ที่พึ่งย้ายมาจากโรม่าเมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้ว แต่กลับยกระดับตัวเองขึ้นมายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ประหนึ่งอยู่ในระดับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือลิโอเนล เมสซี่อย่างไงอย่างงั้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้กับเจอร์เก้น คล็อปป์ ในการซื้อนักเตะทั้ง 3 รายเข้ามาเล่นร่วมกัน

เมื่อฤดูกาลที่แล้วที่ถึงแม้ว่าลิเวอร์พูลจะจบอันดับที่ 4 ของตาราง แต่ว่าพวกเขาเป็นทีมที่สามารถทำประตูได้เป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก โดยทำได้ถึง 84 ประตู และเป็นรองเพียงทีมแชมป์สายโหดอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำไปได้ถึง 106 ประตูเพียงทีมเยวเท่านั้น และสถิติของนักเตะในแดนหน้าของลิเวอร์พูลก็ยอดเยี่ยมทุกคน โดยโรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ทำไปได้ 27 ประตูกับอีก 16 แอสซิสต์ ซาดิโอ มาเน่ 20 ประตู 9 แอสซิสต์ และโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ทำไป 44 ประตูกับอีก 14 แอสซิสต์ ซึ่งรวมกันแล้วเฉพาะ 3 ประสานนี้พวกขาก็ถล่มประตูให้ทีมไปแล้วถึง 91 ประตูเลยทีเดียวจากการแข่งขันในทุกรายการ ซึ่งถือว่าโหดที่สุดใน่พรีเมียร์ลีกแล้ว หากนับเฉพาะ 3 ประสานในแดนหน้าเท่านั้น

ฤดูกาลที่จะถึงนี้หากว่าลิเวอร์พูลอยากที่จะประสบความสำเร็จในฟุตบอลรายการใดรายการหนึ่ง ก็ต้องหวังให้ 3 ดาวยิงนี้ไม่บาดเจ็บล้มตายกันไปเสียก่อน และต้องไม่มีใครที่บาดเจ็บในระยะยาวด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะมีใครเจ็บไป พวกเขาก็ยังมีเซอร์ดาน ชากิรี่ ที่พร้อมจะมาหมุนเวียนในแดนหน้าอยู่แล้ว