เบอร์ 10 คนใหม่

    หลังจากที่ได้ตัวอลิสซอน เบ็คเกอร์ นายประตูทีมชาติบราซิลมาร่วมทีมซึ่งเป็นสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาประตูด้วย ทำให้ทีม “หงส์แดง” ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 180 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่พวกเขากลับขายแดนนี่ วอร์ด ซึ่งเป็นประตูมือ 3 ของทีมไปให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ในราคา 12.5 ล้านปอนด์ ได้เพียงรายเดียวเท่านั้น เพื่อนำเงินมาชดเชยเงินที่ซื้อนักเตะไปมากมาย และแฟนบอลลิเวอร์พูลยังหวังว่าพวกเขาจะได้นักเตะเข้ามาเสริมทีมอีกอย่างน้อย 1 คนด้วย ซึ่งตำแหน่งหมายเลข 10 หรือกองหน้าตัวต่ำเป็นสิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูลต้องการมากที่สุด และเป้าหมายที่เคยมีข่าวและเกือบได้ตัวมาแล้วก็คือนาบิล เฟคีร์ ตัวรุกทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะมีค่าตัวเกือบๆ 70 ล้านปอนด์ เพื่อมาเติมเต็มในแดนหน้าแทนที่ฟิลิเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ชาวบราซิเลี่ยนที่ย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่าเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ “เดอะ ค็อป” วาดฝันเอาไว้อาจจะมีโอกาสไม่เกิดขึ้นสูงมาก เนื่องจากล่าสุดได้มีภาพจากเว็บไซต์สโมสรลิเวอร์พูลที่ซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกทีมชาติเซเนกัลของทีม ได้ตัดสินใจย้ายมาสวมเสื้อหมายเลข 10 ที่ว่างอยู่หลังจากฟิลิเป้ คูตินโญ่ออกจากทีมไปแล้ว ทำให้หมายเลข 10 ที่ทีมปล่อยว่างไว้เหมือนจะรอนักเตะใหม่เข้ามาสวมใส่ตอนนี้ไม่ว่างเสียแล้ว โดยหมายเลขที่ว่างจะกลายเป็นหมายเลข 19 ที่อดีตดาวเตะของเซาต์แธมตันเคยใส่จะว่างแทน ซึ่งกายให้มาเน่ย้ายมาสวมใส่หมายเลข 10 ในตอนนี้ เหมือนเป็นการบอกนัยๆ ว่าพวกเขาอาจจะไม่ทำการซื้อใครมาร่วมทีมอีกแล้วในซัมเมอร์นี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายทีเดียวสำหรับแฟนบอลและทีมลิเวอร์พูลที่จะได้เสริมผู้เล่นระดับท็อปมาร่วมทีมเพื่อหวังลุ้นแชมป์แบบเต็มตัวทั้งในศึกพรีเมียร์ลีก หรือฟุตบอลถ้วยรายการต่างๆ ด้วย ซึ่งการเสริมทัพมาถึงขั้นนี้แล้วแต่ดันหยุดชะงักลงกลางคันซะงั้น ทำให้แฟนๆ ลิเวอร์พูลที่ดีใจที่สโมสรเสริมทีมได้อย่างเข้าตา แต่อาการตีอกชกตัวดีใจอาจจะต้องจบแต่เพียงเท่านี้ เพราะเป้าหมายสุดท้ายที่หวังเอาไว้อาจจะจบลงแล้ว หรืออาจจะมีบิ๊กเซอร์ไพรซ์ในช่วงที่เหลือของตลาดซื้อขายนักเตะที่ทีมจากอังกฤษจะยังสามารถซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทีมได้ถึงวันที่ 9 สิงหาคม ซึ่งจะเป็นวันสุดท้ายในการซื้อนักเตะของทีมจากอังกฤษ หลังจากมีการเปลี่ยนกฏใหม่ซึ่งนำมาใช้มาใช้ในฤดูกาลที่จะถึงนี้เป็นครั้งแรก

บทบาทใหม่ “เฮนโด้”?

    ตั้งแต่ย้ายมาจากซันเดอร์แลนด์สู่ถิ่นแอนฟิลด์เมื่อมิถุนายนปี 2011 จอร์แดน เฮ็นเดอร์สัน กองกลางรูปหล่อชาวอังกฤษก็กลายเป็นตัวหลักของทีมมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคการคุมทีมของเคนนี่ ดัลกลิช กุนซือชาวสก็อตแลนด์ที่ซื้อตัวเขามาด้วยค่าตัวสูงถึง 20 ล้านปอนด์ และไล่มาถึงเบรนแดน ร็อดเจอร์ส และล่าสุดกับเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ซึ่งช่วงแรกที่อดีตกุนซือโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์เข้ามารับงาน อดีตกองกลางจากซันเดอร์แลนด์ ยังไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงสนามมากนัก เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวนด้วย แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในแดนกลางของลิเวอร์พูลอย่างเต็มตัว โดยมีคู่ขาเป็นเอ็มเร่ ชาน กับจอร์จินโญ่ ไวจ์นาลดุม กองกลางชาวดัตช์ ที่สลับกันมาเล่นคู่กัน และยังมีเจมส์ มิลเนอร์ กับอเล็ก อ็อกเหล็ด แชมเบอร์เลนเป็นตัวสแตนด์บาย แต่ในฤดูกาลที่จะถึงนี้ กองกลางวัย 28 ปีมีโอกาสที่จะกระเด็นไปนั่งบนม้านั่งสำรองสูงมาก เนื่องจากการมาของฟาบินโญ่ กองกลางตัวรับชาวบราซิเลี่ยน ที่ทีมควักเงินกว่า 50 ล้านยูโรให้โมนาโกเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีม และนาบี เกต้า กองกลางจอมแกร่งทีมชาติกินีจากไลป์ซิกอีกราย ซึ่งเจอร์เก้น คล็อปป์ทุ่มเงินไปกว่า 100 ล้านยูโรเพื่อคว้าดาวเตะ 2 รายนี้มาร่วมทีม ซึ่งน่าจะส่งลงเป็นตัวจริงด้วยกันทั้งคู่ ทำให้บางแท็คติกเฮ็นเดอร์สันน่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรองในฤดูกาลนี้ ถึงแม้เขาจะมีบทบาทเป็นกัปตันทีมของ “หงส์แดง” ก็ตาม

การเสริมทัพของทีม “หงส์แดง” ในฤดูกาลนี้เป็นทั้งการเสริมความแข็งแกร่งทั้งการยกระดับ 11 ตัวจริง และเพิ่มประสิทธิภาพในระบบโรเตชั่นด้วย ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพทั้งตัวจริง และตัวสำรอง เพื่อรองรับศึกเล็กศึกใหญ่ ทั้งในเกมลีก และฟุตบอลถ้วยรายการต่างๆ รวมถึงศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พวกเขาเป็นรองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย ทำให้จอร์แดน เฮ็นเดอร์สัน ถูกมองว่าจะกลายมาเป็นตัวสำรองหมายเลข 1 ในตำแหน่งแดนกลางซะมากกว่า หากทีมใช้ระบบ 4-2-3-1 แต่หากมีการปรับระบบมายืนในระบบ 4-3-3 กองกลางทีมชาติอังกฤษก็มีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงเช่นกัน

บทบาทใหม่สำหรับจอร์แดน เฮ็นเดอร์สัน น่าจะเหมาะกับกองกลางวัย 28 ปีอย่างเขาพอดี ซึ่งสไตล์การเล่นเกมเร็ว และไล่บีบคู่แข่งตั้งแต่แดนบนของเจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งต้องใช้พลังงานอย่างมาก ทำให้อาจมีการโรเตชั่นในแดนกลางมากขึ้น เมื่อมีตัวเลือกในแดนกลางที่มีฝีเท้าที่ไม่ต่างกันมาก และโอกาสลงสนามของ “เฮ็นโด้” ก็อาจจะไม่ลดลงมากอย่างที่คิดก็ได้