แรงขับจากความผิดหวัง

      ถึงแม้ว่าความพ่ายแพ้ต่อเรอัล มาดริด 1-3 ในรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จะเป็นความเจ็บปวดสำหรับสาวก “เดอะ ค็อป” ก็ตาม แต่ความพ่ายแพ้บางทีก็มีแง่มุมที่ดีก็ได้ หากนำความพ่ายแพ้นั้นมาปรับปรุงแก้ไข และใช้เป็นแรงขับเคลื่อนในการเดินหน้าต่อไปในฤดูกาลที่จะถึงนี้ และท่าทางการเริ่มต้นฤดูกาลที่จะถึงนี้กำลังไปในทิศทางที่ดีทีเดียวสำหรับลิเวอร์พูล หากดูจากการเสริมทัพที่น่าสนใจ และข่าวคราวการสนใจที่จะคว้าตัวนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลังจากนี้ รวมถึงการต่อสัญญากับโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ดาวซัลโวประจำทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วออกไปถึง 5 ปีด้วย ทำให้ทีมพร้อมเดินหน้าต่อไปในฤดูกาลนี้ และพร้อมสานต่อรอความสำเร็จที่ใกล้จะมาถึงเต็มที หากไม่สะดุดขาตัวเองล้มซะก่อน

ผลงานของลิเวอร์พูลในยุคเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหนุ่มชาวเยอรมันนับวันยิ่งดีวันดีคืนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะฤดูกาลที่แล้วที่พาทีมจบอันดับที่ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีก แถมยังพา “หงส์แดง” เข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นได้เพียงรองแชมป์ก็ตาม ซึ่งก็เกิดจากความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ รายบุคคลเสียมากกว่า แต่ในรายละเอียดเกมแล้วถือว่าลิเวอร์พูลสู้กับทีม “ราชันย์ชุดขาว” ได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว แต่ก็ด้วยประสบการณ์ที่ทีมดังจากแดนกระทิงดุมีมากกว่า ทำให้พวกเขาต้องเป็นฝ่ายปราชัยในท้ายที่สุด

จากความพ่ายแพ้ในคราวนั้นทำให้เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำการเสริมทีมทันทีด้วยการดึงฟาบินโญ่ กองกลางตัวตัดเกมตัวหลักจากโมนาโกมาร่วมทีมด้วยค่าตัวกว่า 50 ล้านยูโร รวมถึงนาบี เกต้า กองกลางตัวเก่งจากไลป์ซิก ที่ตกลงกันมาได้ก่อนหน้านี้แล้วด้วย ซึ่งเท่ากับว่าฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงนี้พวกเขาจะมีคู่กองกลางตัวใหม่ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ซึ่งจะมาประสานงานกับซาดิโอ มาเน่ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ และโรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ที่ยังอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ทั้งหมด ทำให้พวกเขามีทีมที่แข็งแกร่งกว่าฤดูกาลก่อนอย่างมาก ถึงแม้จะเสียเอ็มเร่ ชาน กองกลางชาวเยอรมันที่ไม่ยอมต่อสัญญากับทีมออกไป นี่ยังไม่นับดาวดังที่กำลังตกเป็นข่าวกับลิเวอร์พูลในเวลานี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเปาโล ดิบาล่า เพลย์เมคเกอร์ชาวอาร์เจนไตน์จากยูเวนตุส หรือเซอร์ดาน ชาคิรี่ ปีกร่างเล็กทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์จากสโต๊ค ซิตี้ ที่เตรียมย้ายออกจากทีมแน่นอนเนื่องจากสโต๊คต้องตกชั้นไปเล่นในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิป ซึ่งหากลิเวอร์พูลได้นักเตะเหล่านี้จริง ฤดูกาลนี้อาจจะถึงคราวที่พวกเขาจะเป็นแชมป์แล้วก็ได้