ความสำคัญของฟาน ไดจค์

    ตั้งแต่ที่ลิเวอร์พูลมีข่าวให้ความสนใจเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ ปรากรหลังร่างสูงทีมชาติฮอลแลนด์จากเซาต์แธมตันในช่วงต้นปีที่แล้ว แฟนบอลหลายคนยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัยด้วยซ้ำว่าทำไมจะต้องเป็นเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์เท่านั้น เนื่องจากหลังจากที่ลิเวอร์พูลล้มเหลวที่จะได้ตัวดาวเตะวัย 27 ปีในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ทางเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของทีมก็ไม่ได้ไปหาเป้าหมายใหม่แต่อย่างใด แต่ยังคงเฝ้ารอการมาของดาวเตะรายนี้อยู่เสมอ และสุดท้ายเขาก็ได้ตัวมาร่วมทีมเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งลิเวอร์พูลต้องเสียค่าตัวให้กับทีม “นักบุญ” ถึง 75 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งกลายเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกทันที

แต่แล้วการมาของเขาก็ตอบคำถามทุกอย่างว่าทำไมเจอร์เก้น คล็อปป์ถึงอยากได้ตัวเขามาร่วมทีมมาก ซึ่งดูจากผลงานในสนามของลิเวอร์พูลก็จะได้คำตอบเป็นอย่างดี รวมถึงสถิติการเสียประตูที่น้อยลงมากด้วย ซึ่งหากดูให้ดีจะเห็นว่าสถิติการเสียประตูในบ้านของลิเวอร์พูลน้อยลงมาก และแทบไม่เสียเลยด้วยซ้ำ โดยประตูสุดท้ายที่พวกเขาเสียให้กับคู่ต่อสู้ในเกมลีกก็คือการเสียประตูตีไข่แตกให้กับไมเคิ่ล อันโตนิโอ กองกลางของเวสต์แฮม ยูไนเต็ดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งวันนั้นพวกเขาก็เอาชนะไปได้ 4-1 ซึ่งก็ผ่านมา 6 เดือนแล้ว จนถึงบัดนี้เขาก็ไม่เสียประตูในถิ่นแอนฟิลด์ในเกมลีกอีกเลย ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าการมาของเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ทำให้แผงหลังของลิเวอร์พูลยกระดับขึ้นมาเป็นกองหลังที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ก็ยังเป็นนักเตะเดิมๆ จากที่เคยรั่วกันมาก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ

ฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นฤดูกาลที่สำคัญสำหรับลิเวอร์พูลมาก เพราะเขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลนี้ โดยเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์จะต้องจับคู่กับเดยาน ลอฟเรน กองหลังทีมชาติโครเอเชียเป็นหลัก โดยมีโจเอล มาติป เป็นสำรอง และมีโจ โกเมซที่เหมือนจะพัฒนาขึ้นมาจากฤดูกาลที่แล้วเป็นตัวสอดแทรก ส่วนราดย่า คลาวาน ที่คุณภาพไม่ถึงนั้นก็ได้ถูกปล่อยตัวไปให้ทีมในอิตาลีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเหมือนเป็นการกำจัดจุดอ่อนออกจากทีมไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ผู้เล่นที่กุนซือชาวเยอรมันสามารถเลือกใช้งานได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจแล้ว แต่ยังไงก็ตามในตำแหน่งกองหลังคงจะต้องมีเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ กองหลังวัย 27 ปียืนเป็นตัวหลักในฤดูกาลนี้